เที่ยวประเทศจอร์แดน

จอร์แดน ศูนย์กลางที่มิตรภาพตะวันออกกลาง เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ที่โมเสสจบชีวิต รวมทั้งแหล่งอารยธรรมอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่


นครเพตรา เป็นนครหินแกะโบราณที่กบดานอย่างลึกลับอยู่ท่ามกลางช่องเขา วาดี มูซา หรือ ช่องเขาโมเสส ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีรวมทั้งอัคบา ที่ที่นี้แรกเริ่มเป็นนครการค้าขายขนาดใหญ่ซึ่งถัดมาถูกทิ้งเอาไว้เป็นเวลายาวนานเกือบจะพันปี จนกระทั่งแทบจะถูกลืม ถัดมาได้ถูกศึกษาค้นพบโดยนักตรวจสอบชาวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์ฮาร์ท ในปี คริสต์ศักราช1812 หรือ พุทธศักราช2355
ประวัติความเป็นมาของเพตรา
กรุ๊ปแรกที่มาพาไปสู่เพตราเป็น เอโดไมต์ ซึ่งมาราว 1000 ปีกลายคริสตกาล แม้กระนั้นผู้ที่สร้างเมืองเพเพตราขึ้นมาเป็นชาว นาบาเทียน ในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล เมื่อก่อนเป็นเพียงแค่กรุ๊ประหกระเหินในทะเลทรายอาหรับ มักก่อสร้างบ้านด้วยการสกัดหินผาและก็อาศัยอยู่ในถ้ำที่มีอยู่ทั้งเมืองเพเพตรา พวกเขามีอาชีพเป็นคนเลี้ยงแกะ แม้กระนั้นเมื่อมีมีกรุ๊ปการค้าขายเข้ามาจะเปลี่ยนแปลงมาค้าขายแล้วก็รับจ้างเป็นพยาบาลความปลอดภัยแก่คาราวาน คนพวกนี้มีความซื่อมากมาย ค่าธรรมเนียมที่ได้จากการเรียกเก็บค่าผ่านทางก็ช่วยทำให้พวกเค้ามีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เนื่องจากตั้งอยู่บนเส้นทางพาณิชย์ที่สำคัญมากของโลกในช่วงเวลานั้นมี 2 สายร่วมกันเป็น สายกิจการค้าทิศตะวันออก-สายการค้าขายตะวันตก แหลมอาหรับกับอ่าวอิหร่านถึงสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน และก็สายกิจการค้าเหนือ-สายกิจการค้าใต้ สมุทรแดงกับกรุงดามัสกัส ซีเรีย ว่ากันว่าเมืองเพเพตรามีแหล่งน้ำจืดชืดสำคัญ ที่เรียกว่า วาดี มูซา หรือเรียกอีกอย่างว่า ช่องเขาโมเสส ว่ากันว่าเป็นน้ำที่โมเสสได้เสกออกมาเพื่อชาวยิวรับประทานแก้อยากดื่มน้ำ พ่อค้าหรือนักท่องเที่ยวแล้วผ่านทะเลทรายที่ร้อนระอุแห้งอีแร้งและก็ว่างเปล่าเป็นไปไม่ได้เลือกอื่นเว้นเสียแต่มาที่เมืองเพตราที่นี้
เพตราเป็นที่กล่าวขานกันไปตามนักเที่ยวแล้วก็พ่อค้า ว่าเป็นเมืองที่รุ่งเรืองที่สุดในทะเลทราย เพตราเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เป็นตลาดซื้อผลิตภัณฑ์ที่สำคัญของทิศตะวันออก ยกตัวอย่างเช่น ยางไม้หอม กำยาน เครื่องเทศอาหรับ ทองแดง เหล็ก เครื่องเคลือบผ้าย้อมฟินิเชียนล้วนแล้วแต่จะต้องผ่านทางเมืองเพตราก่อนออกไปสู่สมุทรเมดิเตอร์เรเนียนรวมทั้งอ่าวอิหร่าน
เพตราเจริญก้าวหน้ามากมายในตอน 50 ปีกลายคริสตกาล มาจนกระทั่งคริสต์ศักราชที่ 70 ถัดมาได้ล่มสลายลงด้วยเหตุผลที่ว่ามีเมืองใหม่แล้วก็เส้นทางพาณิชย์สายใหม่ที่ปลอดภัยมากยิ่งกว่าและก็สบายกว่าในเวลาถัดมา เพตราได้เสียอำนาจลง เมืองอ่อนแอแล้วก็ถูกฝรั่งลุกลาน จนกระทั่งปี คริสต์ศักราช106 จักรวรรดิโรมันได้ครอบครองเพตราจนกระทั่ง คริสต์ศักราช300 จักรวรรดิโรมันได้เสื่อมโทรม แล้วก็ถัดมา คริสต์ศักราช363 ได้กำเนิดแผ่นดินไหว ทำลายเมืองกับตึกรวมทั้งระบบน้ำของเมืองลง ถัดมาในตอนศริสต์ศตวรรษที่ 5 เพตราแปลงเป็นที่ตั้งศาสนาคริสต์ของบิชอป รวมทั้งถูกยึดในศริสต์ศตวรรษที่ 7 และก็ทรุดโทรมเรื่อยเลือนหายไปจากผู้คน
นครเพตรา ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี พุทธศักราช2528 รวมทั้งได้รับเลือกให้เป็น 1 ในเจ็ดสิ่งอัศจรรย์ของโลกช่วงวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช2550 จากการลงคะแนนของคนทั่วทั้งโลก

Related Posts